ประวัติประเพณีไทย
คำว่าประเพณีหมายถึง ขนบธรรมเนียม
แบบแผน (พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน,
2493 : 569)
ประเพณี คือ ความประพฤติที่หมู่ชนหมู่หนึ่งถือเป็นธรรมเนียม
หรือเป็นแบบแผนสืบต่อกันมาจนเป็นพิมพ์เดียวกัน
ถ้าใครในหมู่ประพฤตินอกแบบก็เป็นการผิดประเพณี (เสฐียรโกเศศ, 2500/ประเพณีไทย/บทนำ)
ประเพณีเป็นเรื่องของพิธีปฎิบัติสืบๆมามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคงไว้บ้างประเพณีไทยแสดงถึงความสัญลักษณ์ของชาติ(แปลก
สนธิรักษ์, 2523: 193)โดยเนื้อหาสาระแล้วประเพณี คือ สิ่งที่คนในสังคมส่วนรวมสร้างขึ้นให้เป็นมรดกที่ผู้เป็นทายาทจะต้องรับไว้และปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งๆขึ้นไปรวมทั้งการเผยแพร่ แก่คนในสังคมอื่นอีกด้วย
ประเภทของประเพณี
ประเพณีนั้นเราสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.จารีตประเพณี(Mores) คือประเพณีที่ต้องประพฤติเป็นเรื่องเกี่ยวกับศีลธรรมและจรรยาของสังคม ถือกันว่ามีคุณค่าต่อบุคคลในสังคมนั้นๆใครฝ่าฝืนหรือเฉยเมยถือว่าเป็นการละเมิดกฎของสังคมผิดประเพณีของสังคม
ถือเป็นความผิดความชั่วมีโทษ เช่น ประเพณีการแต่งงาน เป็นต้น
2.ขนบประเพณี(Institution)คือประเพณีที่วางเป็นระเบียบไว้จะเป็นโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม โดยตรง เช่น
เขียนเป็นกฎหรือระเบียบให้กระทำร่วมกันมีข้ออ้างอิงเป็นตัวบทกฏเกณฑ์
โดยอ้อมหรือโดยปริยาย คือ รู้กันเองถือสืบๆกันมา คนในถิ่นนั้นปฎิบัติกันอย่างนั้นๆ
เช่น ประเพณีทำบุญเลี้ยงพระของไทย เป็นต้น
3.ธรรมเนียมประเพณี
(Convention)คือ เรื่องเกี่ยวกับธรรมดาสามัญของสามัญชนไม่ถือเอาผิดเอาถูก ไม่มีการลงโทษปรับไหมเหมือนจารีตประเพณีไม่มีระเบียบเคร่งครัดเหมือนขนบประเพณีผู้ทำผิดประเพณีนี้ไม่ถือเป็นเรื่องเสียหายหรือมีโทษมากนักเพียงแต่ถือว่าผู้ผิดประเพณีเป็นผู้ไร้การศึกษาขาดคุณสมบัติผู้ดี เช่น การแต่งกายไม่ถูกกาลเทศะ การยืน
การเดิน การนั่ง การนอน อันไม่เหมาะสม เป็นต้น
ลักษณะของประเพณีไทย
ประเพณีไทยแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
1.ประเพณีส่วนบุคลได้แก่ ประเพณีเกี่ยวกับการแต่งงาน ประเพณีการเกิด ประเพณีการตาย ประเพณีการบวช
ประเพณีการขึ้นบ้านใหม่ ประเพณีทำบุญอายุ เป็นต้น
2.ประเพณีส่วนรวม ได้แก่ ประเพณีทางศาสนาต่างๆเช่นประเพณีการทำบุญเข้าพรรษาออกพรรษาประเพณีลอยกระทง ประเพณีเทศกาลสงกรานต์ และประเพณีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น
ประวัติการเข้าพรรษา
ประวัติวันเข้าพรรษานั้นเริ่มต้นจากเมื่อสมัยพุทธกาลโดยพระพุทธเจ้าเป็นผู้กำหนดขึ้นเนื่องจากมีผู้มาเรียกว่า พระภิกษุสงฆ์เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยไม่หยุดหย่อนเลยแม้กระทั่งหน้าฝนที่ฝนตกหนักและน้ำหลาก การเดินทางลำบาก กระทั้งบางครั้งพระสงฆ์เหล่านั้นยังเดินไปเหยียบย่ำพืชผักหรือผลผลิตที่กำลังเติบโต และกำลังผลิดอกออกผลได้รับความเสียหาย
ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงได้กำหนดให้ฤดูฝนเป็นฤดูสำหรับการหยุดพักการเดินทางไปเผยแผ่ศาสนาของพระสงฆ์โดยกำหนดให้ตั้งแต่วันแรม
1ค่ำเดือน 8 เป็นวันเข้าพรรษาจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน11 และเป็นวันออกพรรษาเพื่อพระสงฆ์จะได้หยุดพักจากการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและได้ปฏิบัติและศึกษาพระธรรมเพิ่มเติมและสั่งสอนลูกศิษย์หรือพระใหม่ที่เพิ่งบวชได้ร่ำเรียนธรรมะอย่างเต็มที่ โดยให้พระสงฆ์อยู่ประจำที่ไม่ไปจำวัดที่อื่นตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่เข้าพรรษานั้นแม้แต่คืนเดียวหากพระสงฆ์ไม่สามารถกลับมาทันก่อนรุ่งสางถือว่าภิกษุนั้นขาดพรรษาแต่มีข้อยกเว้นหากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถกลับมาได้ทัน แต่ต้องกลับมาภายใน 7 วัน
ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่แห่ตุงหลวงจังหวัดแพร่
“ย้อนอดีตเก่าแก่
เมืองแพร่เมืองงาม เล่าขานตำนานช่อแพร่ช่อแฮแหล่งประดิษฐานพระเกศาธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุ พระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า
เมื่อถึงวันขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๔ ใต้ เดือน ๖ เหนือ พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่
แห่ตุงหลวง ถวายแด่องค์พระธาตุสืบมา”
ตำนานเก่าแก่แห่งเมืองมนต์ขลังเล่าว่า อดีตกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาถึงดอยโกสิยธชัคคะบรรพตและได้มอบพระเกศาธาตุให้ขุนลั๊วอ้ายก้อมไปบรรจุในผอบแก้วแล้วนำไปไว้ในถ้ำด้านตะวันออกของดอยที่ประทับ ซึ่งผ้าแพรที่ขุนลั๊วอ้ายก้อมนำมารองรับพระเกศาธาตุนั้นเรียกว่า “ผ้าแฮ” นิยมนำผ้าแฮ
หรือผ้าแพรมาประดิษฐ์เป็นช่อ หรือธง แล้วทำการถวายสักการะเป็นพุทธบูชา ต่อมาภายหลังเพี้ยนมาเป็น
“ช่อแฮ่” หรือ “ช่อแพร่” โดยครั้งนั้นพระพุทธเจ้าทรงมีรับสั่งว่า
ต่อไปเมืองนี้จะชื่อเมืองแพร่และหลังจากที่พระองค์ปรินิพพานแล้ว ให้นำพระธาตุข้อศอกข้างซ้ายมาประดิษฐ์ที่นี่ด้วยและหลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว๒๑๘ ปี
พระเจ้าอโศกมหาราชและพระอรหันต์จำนวนมากได้ร่วมกันอธิษฐานอันเชิญพระบรมสารีกริกธาตุที่ได้บรรจุในผอบแก้วที่เตรียมไว้นั้นไปสถิตในสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงหมายไว้แต่เดิม
แล้วประกาศแก่เทวดาทั้งหลายให้พิทักษ์รักษาตลอดไป จนกว่าจะหมดอายุแห่งพระพุทธศาสนา ๕๐๐๐ พระวัสสา
ประเพณีไทย “พระราชพิธีจองเปรียง แห่งเมืองสุโขทัย เผาเทียน เล่นไฟ พลุ ตะไล ไฟพะเนียงโคมลอยรูปดอกกระมุทที่สุดของโคมแห่นางนพมาศบูชาพระพุทธมหานัมมทา
วันขึ้น๑๕ ค่ำเดือน๑๒ ประชาราษฎร์กล่าวขาน ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ร่วมแรงศรัทธาเผาเทียนบูชาพระรัตนตรัย สว่างไสวพร้อมกัน”
พระราชพิธีจองเปรียงมีมาแต่โบราณ ช่วงสมเด็จพระร่วงเจ้าจากหลักฐานในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ได้กล่าวถึงนางนพมาศว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระร่วงเจ้า พร้อมด้วยพระอัครมเหสีและพระสนฝ่ายใน เสด็จลงประพาสลำน้ำในวันขึ้น๑๕ ค่ำเดือน๑๒ ตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน เพื่อทอดพระเนตรการนักขัตฤกษ์ นางนพมาศจึงได้ประดิษฐ์กระทงถวายเป็นรูปดอกกระมุทหรือรูปดอกบัว สมเด็จพระร่วงเจ้าพอพระทัยมากจึงประกาศว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า กษัตริย์ในสยามประเทศถึงการกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน๑๒ พระราชพิธีจองเปรียง แล้วก็ให้กระทำโคมลอยเป็นรูปดอกกระมุทอุทิศสักการบูชาพระพุทธมหานัมมทาน ตราบเท่ากัลปาวสาน”
ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ จังหวัดอุทัยธานี
“เทโวโรหณะ วิถีแห่งศรัทธาต่อศรัทธา”
“ขึ้นแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงกำหนดเวียนมาบรรจบ
ณ วัดสังกัตรัตนคีรี ประเพณีตักบาตรเทโว พระสงฆ์หลายร้อยรูปเดินลงจากยอดเขา ผ่านบันได
๔๔๙ ขั้นสู่เบื้องล่างที่ยังเนืองแน่นไปด้วยพุทธศาสนิกชนเรือนหมื่น ที่ยังคงยึดมั่นในวิถีปฏิบัติดั้งเดิม อันสะท้อนภาพแรงศรัทธาที่สุกสว่าง
ภายในจิตใจของทุกคน”
อุทัยธานี ชุมชนลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง เมืองเล็กๆ ที่อบอุ่นและมากด้วยไมตรีจิตที่พร้อมมอบให้แก่คนต่างถิ่นและรอให้เข้ามาสัมผัส
วัฒนธรรม ประเพณีไทยที่ยังคงเอกลักษณ์และห่างไกลสิ่งเจือปนจากภายนอก บางคนมักจะละเลยผ่านไปแต่ลองหยุดแวะพัก ค่อยๆปล่อยชีวิตให้เดินช้าลง คุณจะหลงรักเมืองแห่งนี้ได้ไม่ยาก ณ บริเวณศูนย์กลางของเมือง ยอดเขาสะแกกรังยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ที่มีความเชื่อมาแต่โบราณกาลว่าเป็นที่ตั้งของซากโบราณสถาน
ซึ่งเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๐ พระปลัดใจ
เจ้าอาวาสวัดทุ่งแก้วและชาวอุทัยธานีได้ลงแรงช่วยกันสร้างมณฑปสิริมหามายากุฎาคารพร้อมก่อสร้างวัดสังกัตรัตนคีรีมงคลประไพอุทัยเขตขึ้นจนกลายเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวอุทัยธานีและชาวไทยเรื่อยมา
ประเพณีวิ่งควาย จังหวัดชลบุรี
“ลานกว้าง
คือสนามประลองเจ้าแห่งความเร็วของเจ้าทุยเพื่อนรัก สัตว์เลี้ยงคู่ใจชาวนาไทยครั้งอดีต ที่ต่างวางคันไถ
ออกจากท้องนาขึ้นมาช่วงชิงชัยชนะในสนามการแข่งขันวิ่งควาย
ประเพณีที่สร้างความคึกคักเร้าใจ ได้ทุกช่วงวินาทีที่ผู้บังคับประสานเป็นหนึ่งกับเจ้าทุย
ขับเคี่ยวกับคู่แข่งที่ขนาบทั้งซ้ายขวา มุ่งหน้าเข้าสู่เส้นชัย
เพียงช่วงเวลาไม่กี่นาที”
ใกล้เข้าสู่เทศกาลออกพรรษา ผ่านพ้นช่วงการไถหว่านของชาวนาที่มีควายไทยเป็นแรงงานหลักในการไถแปลงนาให้พร้อมสำหรับการเพาะปลูกข้าว เมื่อทำงานหนักเสร็จสิ้นก็ได้เวลาในการพักแต่ระหว่างที่รอการเก็บเกี่ยวผลผลิต ช่วงนี้เองที่ชาวนาจะได้มีโอกาสนำผลผลิตจากฤดูก่อนหน้ามาค้าขายแลกเปลี่ยนกันในตลาด บางคนใช้ควายเป็นพาหนะขนของ
ยางคนก็แต่งองค์ทรงเครื่องให้ควายของตนสวยงาม จนเมื่อเสร็จสิ้นการพบปะพูดคุย จึงชักชวนกันนำควายของตนมาวิ่งแข่งขันกัน จนกลายเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องมาจวบจนปัจจุบัน
ประเพณีการแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม
“แสงนวลจากจันทร์วันเพ็ญส่องสว่างค่ำคืนให้รื่นเริงไปพร้อมกับเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ประจำปี ผู้คนจากทั่วสารทิศร่วมบูชาพระบรมสารีริกธาตุด้วยเคารพศรัทธา เสริมสร้างสิริมงคลแก่ชีวิต แล้วร่วมแรงร่วมใจแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์ อิ่มบุญแล้วยังได้สนุกครึกครื้นไปกับบรรยากาศงานวัด กิจกรรม การประกวด และการละเล่น จึงมากมายรอยยิ้ม ความสุขเช่นทุกๆ ปี”
เทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ พิธีที่ถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมายาวนานนับร้อยปีของชาวนครปฐม เมื่อวันเวลาผ่านมาถึงคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี องค์พระปฐมเจดีย์มีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ดั่งได้เฝ้าอยู่เบื้องพระยุคลบาทแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสร้างสิริมงคลแก่ชีวิตท่ามกลางแสงนวลจากจันทร์เต็มดวงในคืนวันเพ็ญ ยามต้ององค์พระปฐมเจดีย์ปูชนียสถานซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานคู่แผ่นดินสุวรรณภูมิ นับแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหารา นับอายุกว่าพันปีที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ภายใต้พระเจดีย์ใหญ่รูประฆังคว่ำปากผายมหึมา โครงสร้างเป็นไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมาก่ออิฐ ถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องปูทับ ประกอบด้วยวิหาร ๔
ทิศ กำแพงแก้ว ๒ ชั้น งดงามเคียงคู่กาลเวลา
ประเพณีตักบาตรดอกไม้ จังหวัดสระบุรี
“น้อมนมัสการรอยพระพุทธบาท ร่วมทำบุญตักบาตรตามวิถีปฏิบัติ ในงานประเพณีตักบาตรดอกไม้ เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา ตลอดช่วงเช้าและช่วงบ่ายพระสงหลายร้อยรูป บิณฑบาตเหล่าดอกเข้าพรรษาสีเหลือง ขาว และน้ำเงินม่วง ซึ่งจะเบ่งบานในช่วงวันเข้าพรรษา ที่พุทธศาสนิกชนหลายหมื่นแสนต่างพร้อมใจนำมาถวายด้วยศรัทธาอันแรงกล้า เรื่อยมาจวบจนปัจจุบัน”
ดอกเข้าพรรษากำลังเบ่งบานอยู่รายรอบภูเขา บริเวณใกล้กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
นับเป็นสัญญาณที่บอกให้ทราบว่าใกล้ถึงช่วงวันเข้าพรรษา แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ แล้ว ซึ่งนับว่าเป็นวาระมงคลที่พุทธศาสนิกชนจะมาพร้อมกันเพื่อถวายดอกเข้าพรรษาแก่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อนำไปสักการะแด่พระเจดีย์จุฬามณีตามความเชื่อดั้งเดิม








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น